Translation

ดีเค่อะ
 
ไม่เจอกันนาน..มากๆเลยสินะ... //มองไปทางอื่น
 
ไม่รู้ว่าลืมกันไปรึยัง ฮา
 
แต่เอาเป็นว่า อยู่ๆก็นึกคึก อยากแปลเพลงโปรดขึ้นมา
(ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้แปลเพลง....)
 
เราชอบเพลงนี้มากกว่าเพลงจัสโก้... 世界の果てまで Believe heart [Sekai no Hate made Believe Heart] อีกนะ ฮี่ๆๆ
 
ฮา
 
ไปดูกันๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
(เพลงกะรูปไม่ได้เกี่ยวกัน แต่ชอบเรนซามะรูปนี้เจ๋ยๆ ฮา)
 
 
悪魔のKissは炎より激しく : 神宮寺レン (CV:諏訪部順一)
 
 
กดฟังที่นี่ >> กดมาเลยเลดี้ย์
 
 
 
Song : Akuma no Kiss wa Honoo Yori Hageshiku
Artist : Jinguji Ren (CV: Suwabe Junichi)
Album : Uta no Prince-sama Maji Love1000% -  Audition Song 2 Single – Jinguji Ren

Translate : Kei_zoldick
-------------------------------------

"จุมพิตของปีศาจรุนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิง"
(เป็นเพลงซีรีย์คู่กับ 騎士のKissは雪より優しく (จุมพิตของอัศวินอ่อนโยนยิ่งกว่าหิมะ ของ ฮิจิริคาวะ มาซาโตะ).... แต่ไม่ต้องรอคอยนะ แปลชื่อเฉยๆ ยังไม่มีแพลนจะแปลเนื้อหา ฮา )

どちらか選ぶなんて難しい 
dochira ka erabu nante muzukashii
ทั้งๆที่ฉันเป็นของๆทุกคนแท้ๆ

オレはみんなのものだったのにさ
ORE wa minna no mono datta no ni sa
แต่กลับให้เลือกทางไหนซักทางนี่มันช่างยากเหลือเกิน

こんなにもハートが狂いそうだ
konna ni mo HĀTO ga kuruisou da
มันทำให้หัวใจฉันคลุ้มคลั่งได้ถึงขนาดนี้

もう戻れない 昨日のオレに
mou modorenai kinou no ORE ni
ย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว กลับไปหาตัวฉันในวันวาน

 
Ahその甘い吐息に 感情がちぎれそうさ
Ah sono amai toiki ni kanjou ga chigiresou sa
อาห์.... ความรู้สึกของฉันถูกฉีกทึ้งออกจากลมหายใจทอดยาวอันแสนหวานนั้น

罪のない君の唇を 強く強く奪いたい
tsumi no nai kimi no kuchibiru o tsuyoku tsuyoku ubaitai
อยากจะช่วงชิงริมฝีปากของเธอผู้ไร้มลทินอย่างหนักหน่วง

 
君の想いを真実のくちづけで 教えてくれないかい?
kimi no omoi o sana no kuchidzukede oshiete kurenai kai?
ช่วยบอกความรู้สึกของเธอผ่านริมฝีปากนี้จะได้ไหม?

君からしないならば 炎よりも激しいこの
kimi kara shinai naraba honoo yori mo hageshii kono
ถ้าหากเธอไม่ยอมบอกล่ะก็ ฉันก็เพียงแค่บดเบียดริมฝีปากนั้น

熱いkissでその唇塞ぐだけだよ
atsui Kiss de sono kuchibiru fusagu dake da yo
ด้วยจูบอันเร่าร้อนที่รุนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงนี้

 
そんなに疑いの目で見るなら
sonna ni utagai no me de miru nara
พอได้มองสายตาที่เปี่ยมความสงสัยขนาดนั้นแล้ว

ほらイチから教えてあげようか
hora ICHI kara oshiete ageyou ka
เอาล่ะฉันจะสอนเธอตั้งแต่นับหนึ่งใหม่ให้เอง

この気持ちに偽りはないから
kono kimochi ni tsuwari wa nai kara
จะมอบตัวฉันให้แก่เธอ

君だけにオレをあげる
kimi dake ni ORE o ageru
ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก

 
Ah遊びの恋はそう たくさん知ってるけれど
Ah asobi no koi wa sou takusan shitteru keredo
อาห์.... ความรักที่เล่นๆไม่จริงจัง ฉันก็รู้จักมาเยอะ

本気の恋は君だけだと 世界中に誓えるさ
honki no koi wa kimi dake da to sekaijuu ni chikaeru sa
แต่ถ้าความรักที่แท้จริงล่ะก็ ในโลกใบนี้ฉันก็คงจะสาบานรักนั้นได้เพียงแค่กับเธอเท่านั้นล่ะ

 
白いシーツの中の孤独は 溶けてなくなっていく
shiroi SHĪTSU no naka no kodoku wa tokete nakunatte iku
ความรู้สึกเดียวดายที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวนี้ยังไม่จางหายไป

花のように儚い 君の香りに酔いしれる
hana no youni hakanai kimi no kaori ni yoishireru
เคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะจางหายไปเมื่อไรราวกับดอกไม้ของเธอ

オレの心そっと開く 君は陽だまり
ORE no kokoro sotto hiraku kimi wa hidamari
หัวใจของฉันค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ เพื่อรับเธอผู้เป็นดั่งแสงสว่างลอดเข้ามา

白いシーツの中の孤独は 溶けてなくなっていく
shiroi SHĪTSU no naka no kodoku wa tokete nakunatte iku
ความรู้สึกเดียวดายที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวนี้ยังไม่จางหายไป

もう離さない強く 夢と君を抱きしめたい
mou hanasanai tsuyoku yume to kimi o dakishimetai
ไม่อยากจะห่างจากเธออีกแล้ว  อยากจะกอดเธอพร้อมกับความฝันนี้เอาไว้ให้แน่น

愛の炎 揺らめいてく
ai no honoo yurameiteku
เปลวเพลิงแห่งรักกำลังสั่นไหว

やっと出逢えた君だけをずっとずっと永久に
yatto deaeta kimi dake o zutto zutto eikyuu ni
เพราะฉันจะได้มีความสุขกับเธอที่ฉันได้พบเสียที

幸せにするから いつでも
shiawase ni suru kara itsudemo
เพียงแค่เธอคนเดียวตลอดไป ตลอดกาล
 
-------------------------------------------------------
 
กว่าจะแปลจบ แทบจะเอาตีนก่ายหน้าผากกับ 3 บรรทัดสุดท้าย.....
 
คือ เพลงนี้ ไม่รู้จะแปลยังไงให้มันเอโร่ยน้อยกว่านี้.... หนักใจดิฉันมาก.....
(หรือจะแปลดีแค่ไหนภาพลักษณ์สุดหล่อฉันก็คงไม่ดีขึ้นสินะ ฮือออ)
แต่พอคิดว่า จริงๆแล้ว ไอ้สายตาสงสัย แถมยังไร้เดียงสานั่น.... มาสะตอนเด็กสินะ ฮ่าๆๆๆๆ
,,หัวเราะหน้านิ่ง
 
เพ้อเจ้อสุดๆ
 
ฟุโจฉิ1000%
//ทำท่าเต้นยุกยิก
 
ฮ่า
 
จบดีกว่า.....
 
ไปล่ะ

ปล. อ้วนมากกกกกก เรานี่ล่ะ แงงงงง
 
ปลล. เด๋วไว้เร็วๆนี้จะหาเรื่องมาอัพใหม่ ฮี่ๆ
 
ปลลล. ดูไลฟ์เซย์ยู LOVELIVE1000% แล้ววว ก๊าวมากกกก แงงงงงงง
(อยู่ๆก็อยากจะแปลเพลงนี้ก็เพราะสุวาเบะจุนนี่ล่ะ)